วันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2552

+ บุหรี่ฆ่าคนปีหน้า 6 ล้าน คอยาเสี่ยงมะเร็งปอดสูงกว่า 23 เท่า +


รายงานมูลนิธิโรค ได้ระบุว่า บุหรี่ทำให้เศรษฐกิจโลกแย่ปีละ 17,000 ล้านบาท คิดเป็น 3.6%ของจีดีพี ขณะที่ทำคนตายปีนี้ 5.5 ล้านนคน...
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคมะเร็งโลกพากันแสดงความวิตกออกมาในรายงานฉบับใหม่ว่า บุหรี่จะคร่าชีวิตประชากรโลกด้วยโรคตั้งแต่มะเร็งไปจนถึงถุงลมปอดโป่งพอง และอื่นๆ ภายในปีหน้าอีกไม่ต่ำกว่า 6 ล้านคนรายงานรวบรวมโทษของบุหรี่ ของมูลนิธิโรคปอดโลกกล่าวแจ้งว่า บุหรี่ทำให้เศรษฐกิจโลกต้องสิ้นเปลืองไปกับรายจ่ายทางการแพทย์ ปริมาณการผลิตที่น้อยลง และภยันตรายในสิ่งแวดล้อม เป็นจำนวนปีหนึ่งๆ ถึง 17,000 พันล้านบาท มันผลาญความมั่งคั่งสมบูรณ์ของชาติคิดเป็นค่าทางเศรษฐกิจในแง่ของผลิตภัณฑ์ มวลรวมลง สูงถึงร้อยละ 3.6บุหรี่และยาสูบเป็นสาเหตุการตายทุก 1 ใน 10 ราย ของทั่วโลก เฉพาะปีนี้ปีเดียวก็มากถึง 5,500,000 ราย ผู้ที่เป็นนักสูบจะเสี่ยงกับการเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งปอดมากกว่าผู้ที่ไม่สูบ 23 เท่า ปัจจุบันมีคอยามากถึง 1 พันล้านราย เป็นผู้ชายในชาติร่ำรวยเสีย ร้อยละ 35 และเป็นคนอยู่ในชาติที่กำลังพัฒนาเสียร้อยละ 50




วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2552

* เตือน"เด็ก"นั่งดูทีวี-เล่นเกมมากเกินไป เพิ่มเสี่ยงป่วยความดันสูง *

แพทย์อเมริกัน เสนอผลวิจัยเตือนพ่อแม่ผู้ปกครองอย่าปล่อยให้ลูกๆ นั่งดูทีวี หรือนั่งเล่นเกมหน้าจอทีวีนานเกินไป เพราะเสี่ยงป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูงก่อนวัยอันควร



น.พ.โจอี้ ซี ไอเซนแมน และคณะนักวิจัยมหาวิทยาลัยแห่งรัฐมิชิแกน เก็บข้อมูลเด็ก 111 คน อายุ 3-8 ขวบ เป็นเวลา 1 สัปดาห์ เด็กแต่ละคนจะสวมอุปกรณ์ที่ทำให้ผู้วิจัยล่วงรู้ถึงการประกอบกิจกรรมของร่างกาย และจะให้ผู้ปกครองรายงานว่าเด็กๆ เหล่านี้ใช้เวลามากน้อยเพียงใดไปกับการชมโทรทัศน์ เล่นวิดีโอเกม วาดเขียน นั่งหรือเข้าร่วมกิจกรรมที่ไม่ต้องลงแรงนัก


ผลลัพธ์ปรากฏว่า โดยเฉลี่ยแล้วเด็กจะนั่งอยู่นิ่งๆ วันละ 5 ชั่วโมง และจะใช้เวลาดูโทรทัศน์เฉลี่ยวันละ 1.5 ชั่วโมง



แม้ผลการวิจัยนี้พบว่าพฤติกรรมอยู่นิ่งๆ ไม่ได้เกี่ยวข้องอย่างมีนัยสำคัญกับความดันโลหิต แต่การดูทีวีและเล่นเกมอยู่หน้าจอโทรทัศน์ดูเหมือนส่งผลกระทบไปถึงความดันโลหิต ไม่ว่าเด็กคนนั้นจะเป็นคนอ้วนหรือผอม ทั้งยังพบด้วยว่าเด็กที่อยู่ในกลุ่มดูทีวีและเล่นเกมมากที่สุด จะมีความดันโลหิตสูงขึ้นมาก เมื่อเทียบกับเด็กที่อยู่ในกลุ่มดูทีวีและเล่นเกมน้อยที่สุด หรือเล่นไม่ถึงวันละครึ่งชั่วโมง"วิธีการแก้ปัญหาก็คือปฏิบัติตามคำแนะนำของสถาบันกุมารแพทย์อเมริกัน ซึ่งกำหนดให้เด็กดูทีวีได้ไม่เกินวันละ 2 ชั่วโมง และต้องให้เด็กลุกขยับแข้งขาออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 60 นาที" น.พ.โจอี้ แนะนำผล



วิจัยชี้ด้วยว่า การนั่งอยู่หน้าจอโทรทัศน์นานๆ จะมาควบคู่กับนิสัยชอบทานอาหารไม่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ซึ่งมีส่วนทำให้เกิดความเครียด ส่งผลให้นอนหลับไม่สนิท และการนอนน้อยจะนำไปสู่อาการความดันโลหิตสูงได้เช่นกัน การค้นพบของน.พ.โจอี้สอดคล้องกับผลการวิจัยก่อนหน้านี้หลายชิ้นที่ระบุว่า การไม่เคลื่อนไหวร่างกายเพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคอ้วน และความอ้วนก็เกี่ยวข้องเชื่อมโยงไปถึงความดันโลหิตสูง

- ดาวหาง -


นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยวอชิงตันในนครซีแอตเทิล สหรัฐ ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์สร้างแบบจำลองการพุ่งชนโลกของดาวหาง พบว่าดาวหางไม่ทำให้เกิดการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ของสิ่งมีชีวิตบนโลกเมื่อหลายสิบล้านปีก่อน


นักวิจัยสร้างแบบจำลองวิถีการโคจรของดาวหาง เพื่อสำรวจว่าเกิดการสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตบนโลกกี่ครั้งที่มีสาเหตุมาจากดาวหางพุ่งชน เพราะก่อนหน้านี้นักวิทยาศาสตร์จำนวนมากเชื่อว่าดาวหางหรือดาวเคราะห์น้อยที่พุ่งชนโลกเมื่อ 65 ล้านปีก่อน ทำให้ไดโนเสาร์สูญพันธุ์ และคงจะมีอีกหลายครั้งก่อนหน้านี้ ซึ่งทำลายสิ่งมีชีวิตบนโลก แต่จากแบบจำลองที่สร้างขึ้นโดยนาธาน เคบ และโทมัส ควินน์ แห่งมหาวิทยาลัยวอชิงตัน พบว่าในช่วง 500 ล้านปีที่ผ่านมา น่าจะมีดาวหางเพียง 2-3 ดวงเท่านั้นที่พุ่งชนโลก


นักวิทยาศาสตร์บอกว่า ดาวหางที่ถูกดูดเข้ามาในระบบสุริยจักรวาลมาจากพื้นที่ที่อยู่ห่างไกลซึ่งเป็นที่รวมของเศษซากที่หลงเหลือจากการก่อรูปของระบบสุริยจักรวาลเมื่อประมาณ 4,500 ล้านปีที่แล้ว ที่บริเวณนั้นคือต้นกำเนิดของดาวหางที่ผ่านเข้าใกล้โลก แต่วงโคจรของดาวหางดังกล่าวจะเปลี่ยนแปลงไปตามแรงดึงดูดเมื่อเข้าใกล้ดาวฤกษ์ สิ่งนี้อาจกระตุ้นให้ดาวหางถูกดูดเข้ามาในระบบสุริยจักรวาล ซึ่งมีดวงอาทิตย์เป็นดาวฤกษ์ และเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า ฝนดาวตก


อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ได้จากแบบจำลอง พบว่าแม้จะมีดาวหางมากมายถูกดึงดูดเข้ามาในระบบสุริยจักรวาล แต่ดาวพฤหัสและดาวเสาร์ ซึ่งมีขนาดใหญ่ ช่วยป้องกันโลกไว้ และมีดาวหางเพียง 2-3 ลูกที่พุ่งชนโลกในช่วง 500 ล้านปีที่ผ่านมา


โลกได้รับความเสียหายล่าสุดจากการพุ่งชนของดาวหาง เมื่อประมาณ 40 ล้านปีแล้ว แต่ในครั้งนั้นทำให้เกิดการสูญพันธุ์ขนาดย่อมของสิ่งมีชีวิต ดาวหางที่พุ่งชนเป็นส่วนหนึ่งของพายุฝนดาวตกที่มีจำนวนมากที่สุด ส่วนครั้งอื่นมีจำนวนน้อยลงและความรุนแรงน้อยกว่า ซึ่งไม่ได้เป็นสาเหตุของการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ของสิ่งมีชีวิตบนโลก

+ คลายเครียด +



แห้ว - อาหารเสริมของคนอกหัก
ระกำ - อาหารหลักสำหรับคนช้ำใจ
น้ำตา - สุขหรือเศร้าก็มีเขาเป็นเพื่อนแท้
เรื่องใหญ่ - เรื่องของ KU
เ สื อ ก - ความหวังดีที่ผิดกาลเทศะ ไม่มีใครต้องการ
สอด - เป็นชื่อปลาที่น่ารัก ถ้าเป็นกริยาจะน่าถีบ
วิสามัญ - กรณีที่ตำรวจทำปืนลั่นใส่คนร้าย
ดอกเบี้ย - ดอกไม้ที่ไม่เคยโรยรา
ทอง - สูงค่า แต่จะต่ำมากถ้านำหน้าด้วย “ดอก”
ปาก - บ้างมีไว้พูด บ้างมีไว้ถากถาง
ตีน - ไว้ใส่ปากคนที่ชอบถากถาง
กระเทย - เธอทำได้เช่นหญิงทุกอย่าง ยกเว้นออกลูก
ป่า - มีน้อยลงทุกวัน แต่ป่าเดียวกันเริ่มมีมากขึ้น
แ ร ด - ในป่าหายากใกล้สูญพันธุ์ ในเมืองกลับเกลื่อน
เ หี้ ย - วิ่งพล่านยามมีคนโกรธ
งู - สัตว์ชนิดหนึ่งพ่อเฒ่านิยมเลี้ยงไว้บนศีรษะ
ตีนกา - ตีนสัตว์ที่คุณหญิงไม่ปรารถนา
ตำราเรียน - สิ่งที่ใช้หนุนหัวแทนหมอนยามใกล้สอบ
ปริญญา - สิ่งที่สังคมไทยใช้วัดค่าของคน
โทรฯมือถือ -เครื่องประดับที่วัยรุ่นมีไว้โชว์ว่าข้ารวย $$
ขยะ - แยกประเภทแล้ว Recycle กลับมาใช้ใหม่ได้
ขยะสังคม - ไม่ควร Recycle กลับมาใช้ใหม่
ตอแหล - อาการของคนฉ้อฉลที่บอกว่าตนโปร่งใส
เช้าชาม เย็นชาม - วิธีประหยัดงบประมาณของภาครัฐ
ม๊อบ - กลุ่มคนที่งานการไม่ทำชอบทำการปิดยึดถนน
อภิปรายไม่ไว้วางใจ - การแสดงโต้วาทีระดับชาติ
ปาหี่ - การแสดงชนิดหนึ่ง ปัจจุบันหาชมได้ที่รัฐสภา
สาดโคลน - การละเล่นชนิดหนึ่งของนักการเมืองไทย
หน้าด้าน - อาการดื้อชนิดหนึ่งที่ประชาชนไล่แล้วไม่ยอมไป
ธรรมะ - ถ้าตามด้วย “ชโย” ไม่ต้องพูดกัน
ชีวิต - เป็นอะไรที่เลือกได้บ้างไม่ได้บ้าง
ความสุข - เป็นช่วงเวลาที่มักจะผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน
อก - ในวัยรุ่นมักจะเปราะบางหักบ่อยๆ
รัก - ไข้ใจชนิดหนึ่ง มีอาการหลากหลาย


วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2552

* สุดยอด 7 ความเข้าใจผิดทางการแพทย์ *

คนเรามักมีความเชื่อที่ถูกสอนกันมาเกี่ยวกับสุขภาพซึ่งบางครั้งเป็นความเชื่อที่ผิดๆ ดังนั้นวันนี้เราจะมาดูกันว่า 7 สุดยอดความเชื่อที่ผิดทางการแพทย์มีอะไรบ้างจากวารสารวิชาการ British Medical Journal และ American Journal of Psychology ซึ่งมีผู้วิจัยคือ ผศ.ดร Aaron Carroll หมอทันตกรรมเด็กจากสถาบัน Regenstrief ที่ Indianapolis และ Rachel Vreeman นักวิจัยใน children’s health services research ที่ Indiana University School of Medicine ได้จัดอันดับความเชื่อที่ผิดทางการแพทย์ออกมาดังนี้

อันดับ 1 อ่านหนังสือในที่มืดทำให้สายตาเสีย ผู้เชี่ยวชาญทางสายตากล่าวว่า การอ่านหนังสื่อในที่ที่มีแสงไม่เพียงพอจะไม่ทำให้สายตาเสียแต่จะทำให้คุณต้องหรี่ตาลง กระพริบตาเพิ่มขึ้น และมีปัญหาในการหาจุดโฟกัส

อันดับ 2 การโกนขนไม่ทำให้ขนงอกเร็วขึ้นหรือแข็งกระด้างขึ้น การโกนขึ้นไม่มีผลต่อความแข็ง หนา ของเส้นขนและไม่ทำให้อัตราการงอกของขนเพิ่มเร็วขึ้น แต่ขนที่พึ่งงอกมันยังขาดสารเคลือบ ทำให้เรารู้สึกไปว่ามันแข็งและหยาบขึ้น

อันดับ 3 ทานไก่งวงแลัวจะง่วงนอน (อันนี้เหมือนบ้านเราที่ทานข้าวเหนียวแล้วง่วงรึเปล่านะ) กรดอะมิโนตัวการที่สำคัญที่ทำให้รู้สึกง่วงนอนคือ ทริปโตเฟน (Tryptophan) แต่ไก่งวงไม่ได้มีกรดอะมิโนตัวนี้มากไปกว่าไก่หรือเนื้อวัว ซึ่งตัวการที่สำคัญที่ทำให้รู้สึกง่วงนอนก็คือการดื่มและทานอาหารมากไปในวันคริสต์มาส

อันดับ 4 เราใช้ 10% ของสมองในการทำงาน ความเชื่อนี้เกิดขึ้นในปี 1907 แต่ปัจจุบันการแสกนสมองเผยให้เห็นว่าไม่มีส่วนไหนในสมองที่มีการหลับหรือไม่ทำงานเลย

อันดับ 5 เล็บและผมสามารถยาวได้หลังจากตายไปแล้ว เรื่องนี้ได้ความคิดมาจากนิยาย ghoulish ซึ่งนักวิจัยระบุว่าหลังจากตายไปแล้ว ผิวจะแห้งและหดกลับ ทำให้มองดูเหมือนผมและเล็บจะยาวขึ้น

อันดับ 6 โทรศัพท์มือถือเป็นอันตรายในโรงพยาบาล ความเชื่อนี้แพร่หลายมาก แต่จากการวิจัยพบว่าโทรศัพท์มือถือรบกวนอุปกรณ์ทางการแพทย์น้อยมาก

อันดับ 7 การดื่มน้ำวันละ 8 แก้วทำให้สุขภาพดี ไม่มีผลการวิจัยไหนที่ระบุหรือสนับสนุนความคิดนี้เลย

วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

,, มันมั่ยจำเปน +

>> คบเพื่อนดีก็ดีไป คบเพื่อนเลวก็ซวยไป คบเพื่อนเลวๆคบหมาดีกว่า <<


ถ้าวันหนึ่ง...เพื่อนคุณด่าคุณโดยที่คุณยังไม่ทำอะไรให้เขาเลย
และยังจะมองคุณด้วยหางตาอีก แล้วนำคุณไปนินทา

.
.
.

คุณจะคิดยังไงกับเพื่อนคนนี้...
แต่สำหรับเรานะ คนคนนั้นแม้แต่หางตาเราก็ยังจะไม่มองเลย...


วันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

+ Asanha Puja and Buddhist Lent +

Asanha Puja and Buddhist Lent

The Asanha Puja Day is one of the sacred days in Buddhism as it marks the coming into existence of the Triple Gems, namely ; the Lord Buddha, His Teachings and His Disciples. The day falls on the fifteenth day of the waxing moon of the eighth lunar month (July). It is an anniversary of the day on which Lord Buddha delivered the First Sermon to his first five disciples at the Deer Park in Benares over two thousand five hundred years ago.
To observe this auspicious day, Buddhists all over the country perform merit-making and observe Silas (Precepts). Some go to the temples to offer food and offerings to the monks and also listen to a sermon to purify their minds. The Asanha Puja Day falls on the day preceding the Buddhist Lent which starts on the fist day of the waning moon of the eighth lunar month.
The tradition of Buddhist Lent or the annual three-month Rains Retreat known in Thai as “Phansa” dates back to the time of early Buddhism in ancient India, all holy men, mendicants and sages spent three months of the annual rainy season in permanent dwellings. They avoided unnecessary travel during the period when crops were still new for fear they might accidentally step on young plants. In deference to popular opinion, Lord Buddha decreed that his followers should also abide by this ancient tradition, and thus began to gather in groups of simple dwellings.
Buddhist Lent covers a good part of the rainy season and lasts three lunar months. In Thailand, Buddhist monks resolve to stay in a temple of the choice and will not take an abode in an other temple until the Lent is over.
The celebration of the beginning of Buddhist Lent is marked by the ceremony of presenting candles to the monks. Various institutions e.g. schools and universities, including public and private organisations will organise a colourful candle procession leading to a temple where the offering of the candles will be made.
Some Buddhist followers consider the beginning of Buddhist Lent as a time for making resolution such as refraining from smoking or observing five precepts (Panjasila) throughout the three-month Rains Retreat.